ข้ามไปยังเนื้อหา
ติดต่อ admin

10/09/2026

คำนวณเงินแทงมวย ยังไง? คู่มือคิดราคาน้ำ กำไร เงินคืน Stake, Return และยอดรับจากบิลเดี่ยวกับมวยสเต็ปแบบละเอียด

คำนวณเงินแทงมวย วิธีคิดราคาน้ำ Stake Odds Return Profit และเงินคืน

คำนวณเงินแทงมวย ให้ถูกต้องต้องแยกคำว่า Stake, Odds, Return และ Profit ออกจากกันก่อน เพราะตัวเลขที่ระบบแสดงหลังเลือกเดิมพันไม่ได้หมายถึงกำไรทั้งหมดเสมอไป Stake คือเงินที่ใส่ในบิล Odds คือราคาที่ใช้คำนวณผลตอบแทน Return คือยอดรับรวมเมื่อ Selection ผ่าน ส่วน Profit คือจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นหลังหัก Stake เดิมออกแล้ว ตัวอย่างเช่น หากวาง 1,000 บาทที่ Decimal Odds 1.80 ยอด Return พื้นฐานจะเป็น 1,800 บาท แต่กำไรจริงเหนือเงินต้นคือ 800 บาท ไม่ใช่ 1,800 บาท นอกจากนี้การคำนวณยังซับซ้อนขึ้นเมื่อเป็นบิลสเต็ป มีหลาย Selection หรือมีสถานะอย่าง Void ซึ่งอาจทำให้ Total Odds และยอดรับเปลี่ยนจากตอนสร้างบิล หน้านี้จะอธิบายสูตรคำนวณตั้งแต่บิลเดี่ยว การอ่านราคาน้ำ การแยกกำไรกับเงินคืน ไปจนถึงการคิด Parlay และตัวอย่างหลายสถานการณ์ เพื่อให้สามารถตรวจ Potential Return และ My Bets ได้ด้วยตัวเอง

คำเตือนความเสี่ยง: การคำนวณยอดรับได้ถูกต้องไม่ได้หมายความว่า Selection จะผ่าน Odds เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบิลและผลการแข่งขันยังมีความไม่แน่นอน ควรกำหนด Stake จากงบที่ตั้งไว้ ไม่เพิ่มจำนวนเงินเพียงเพื่อให้ Potential Return ถึงเป้าหมาย และใช้ยอดที่ระบบบันทึกจริงใน My Bets เป็นหลักเมื่อตรวจผล

ก่อน คำนวณเงินแทงมวย ต้องแยก Stake, Odds, Return และ Profit ให้ออกจากกัน

การคำนวณเดิมพันมวยไม่ได้ซับซ้อนหากเข้าใจคำพื้นฐานก่อน แต่ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการเรียกตัวเลขคนละประเภทด้วยคำเดียวกัน เช่น เห็น Potential Return 2,000 บาทแล้วเรียกว่า “กำไร 2,000” ทั้งที่ยอดดังกล่าวอาจรวมเงินเดิมพันเดิมอยู่แล้ว

Stake คือจำนวนเงินที่ใช้วางเดิมพันจริง หากกรอก 1,000 บาทใน Betslip ตัวเลขนี้คือ Stake ส่วน Odds คืออัตราต่อรองของ Selection เช่น 1.80 ซึ่งใช้ร่วมกับ Stake เพื่อคำนวณยอดรับ

Return หรือเงินคืนรวม คือยอดที่ได้รับเมื่อ Selection ผ่านตามราคา ส่วน Profit คือส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก Stake เดิม ดังนั้นสูตรพื้นฐานคือ Profit = Return – Stake

คำที่ควรรู้ก่อนเริ่มคำนวณ
คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่าง
Stake จำนวนเงินที่ใส่เดิมพัน 1,000 บาท
Odds อัตราต่อรองของ Selection 1.80
Return ยอดรับรวมเมื่อ Selection ผ่าน 1,800 บาท
Profit ส่วนที่เพิ่มขึ้นเหนือ Stake 800 บาท

สูตร คำนวณเงินแทงมวย แบบพื้นฐานใช้สูตรไหน?

หากระบบใช้ Decimal Odds สูตรพื้นฐานคือ Return = Stake × Odds และเมื่อได้ Return แล้วสามารถหากำไรด้วยสูตร Profit = Return – Stake ตัวอย่างเช่น Stake 1,000 บาทที่ Odds 1.75 ให้ Return 1,750 บาท และ Profit 750 บาท

สูตรพื้นฐานสำหรับ Decimal Odds

Return = Stake × Odds
Profit = Return – Stake

สูตรนี้ใช้ได้เมื่อ Selection ผ่านและไม่มีเงื่อนไขอื่นที่ทำให้ยอดเปลี่ยน เช่น การคำนวณใหม่จาก Void ใน Parlay ส่วนยอดจริงหลัง Settlement ควรตรวจจากระบบอีกครั้ง เพราะ Market และ Rules ของบิลมีผลต่อผลลัพธ์สุดท้าย

วิธี คำนวณเงินแทงมวย จาก Decimal Odds ทำอย่างไร?

Decimal Odds เป็นรูปแบบที่อ่านได้ตรงไปตรงมา เพราะตัวเลขแสดงว่า Stake หนึ่งหน่วยจะกลายเป็น Return รวมกี่หน่วยเมื่อ Selection ผ่าน ตัวอย่างเช่น Odds 2.00 หมายถึง Stake 1,000 บาทให้ Return 2,000 บาท ขณะที่ Odds 1.50 ให้ Return 1,500 บาท

ตัวอย่าง Stake 1,000 บาทที่ราคาต่างกัน
Odds Stake Return Profit
1.20 1,000 บาท 1,200 บาท 200 บาท
1.50 1,000 บาท 1,500 บาท 500 บาท
1.80 1,000 บาท 1,800 บาท 800 บาท
2.00 1,000 บาท 2,000 บาท 1,000 บาท
2.50 1,000 บาท 2,500 บาท 1,500 บาท
3.00 1,000 บาท 3,000 บาท 2,000 บาท

การเห็น Profit สูงขึ้นตาม Odds ไม่ได้หมายความว่าควรเลือกราคาสูงกว่า เพราะ Odds เป็นของ Selection ที่มีความเป็นไปได้และเงื่อนไขต่างกัน ตัวเลขในตารางมีไว้เพื่อแสดงการคำนวณ ไม่ใช่เพื่อเปรียบเทียบว่า Selection ใดเหมาะสมกว่า

เงินคืนกับกำไรต่างกันอย่างไร และทำไมมือใหม่มักคำนวณผิด?

คำว่า “เงินคืน” ในบริบทการคำนวณมักถูกใช้เรียกยอด Return รวม ซึ่งมี Stake เดิมอยู่ภายใน ตัวอย่างเช่น เดิมพัน 1,000 บาทที่ 1.80 แล้วบิลผ่าน ระบบแสดงยอดรับ 1,800 บาท ตัวเลข 1,800 บาทประกอบด้วยเงินต้น 1,000 บาทและ Profit 800 บาท

หากนำ Return ทั้งหมดไปเรียกว่ากำไร จะทำให้ประเมินผลตอบแทนมากกว่าความจริงถึงจำนวน Stake เดิม ความแตกต่างนี้สำคัญเมื่อเปรียบเทียบหลายบิล เพราะผู้ใช้ควรมองว่าตัวเองเสี่ยงเงินเท่าไรเพื่อรับ Profit เท่าไร ไม่ใช่ดู Return เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างง่ายที่สุด

แทง 1,000 บาท ราคา 1.80 → Return 1,800 บาท → Profit 800 บาท ดังนั้นคำว่า “ได้คืน 1,800” กับ “กำไร 1,800” มีความหมายไม่เหมือนกัน

วิธี คำนวณเงินแทงมวย แบบบิลเดี่ยว

บิลเดี่ยวมี Selection เพียงรายการเดียว จึงเป็นรูปแบบที่คำนวณง่ายที่สุด สมมติเลือกนักมวย A ข้างชนะที่ Odds 1.65 และใช้ Stake 2,000 บาท สามารถคำนวณ Return ได้จาก 2,000 × 1.65 = 3,300 บาท

เมื่อหัก Stake เดิม 2,000 บาทออก Profit จะเป็น 1,300 บาท หาก Selection ไม่ผ่าน ผู้ใช้ไม่ได้รับ Return ตามตัวอย่างดังกล่าว ส่วนกรณี Void หรือ Settlement แบบอื่นต้องใช้ Rules ของบิลจริง ไม่ควรใช้สูตร Win ปกติแทนโดยอัตโนมัติ

หลักเดียวกันใช้กับ Market ข้างชนะ วิธีชนะ หรือรายยก ตราบใดที่ใช้ Decimal Odds เพราะสูตรคำนวณไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือเงื่อนไขที่จะทำให้ Selection ผ่าน

คำนวณเงินแทงมวยสเต็ปหรือ Parlay อย่างไร?

สำหรับ Parlay ต้องคำนวณ Total Odds ก่อน โดยนำ Decimal Odds ของแต่ละขามาคูณกัน ตัวอย่างเช่น มีสามขาที่ราคา 1.50, 1.80 และ 2.00 จะได้ Total Odds เท่ากับ 5.40 จากนั้นนำ Total Odds ไปคูณ Stake

หาก Stake เท่ากับ 1,000 บาท Return พื้นฐานคือ 1,000 × 5.40 = 5,400 บาท และ Profit คือ 4,400 บาท อย่างไรก็ตาม ยอดนี้เกิดขึ้นเมื่อทุก Selection ผ่านตามเงื่อนไขของ Parlay

ตัวอย่าง Parlay 3 ขา
ขา Selection Odds
1 A ข้างชนะ 1.50
2 B ข้างชนะ 1.80
3 C by KO/TKO 2.00
Total Odds 5.40

หากขา C ชนะด้วยคะแนนแทน KO/TKO ขานั้นไม่ผ่าน แม้ C จะเป็นผู้ชนะ และสามารถส่งผลให้ Parlay ไม่ผ่านทั้งหมดตาม Rules ดังนั้นการคำนวณ Total Odds ถูกต้องยังไม่เพียงพอ ต้องอ่านเงื่อนไขของแต่ละ Selection ด้วย

หากต้องการศึกษาโครงสร้างบิลหลายขาเพิ่มเติม สามารถอ่าน แทงมวยสเต็ป

การเพิ่มจำนวนขาใน Parlay ทำให้ยอดเงินเปลี่ยนอย่างไร?

เมื่อเพิ่ม Selection เข้า Parlay Total Odds จะเพิ่มจากการคูณราคาใหม่เข้าไป ตัวอย่างเช่น หากทุกขาอยู่ที่ 1.70 บิลสองขาจะมี Total Odds 2.89 ส่วนสามขาจะอยู่ประมาณ 4.91 และสี่ขาจะอยู่ประมาณ 8.35

ตัวอย่างเมื่อแต่ละขา Odds 1.70 และ Stake 500 บาท
จำนวนขา Total Odds โดยประมาณ Return โดยประมาณ
1 ขา 1.70 850 บาท
2 ขา 2.89 1,445 บาท
3 ขา 4.91 2,455 บาท
4 ขา 8.35 4,175 บาท

แม้ Return เพิ่มขึ้น แต่จำนวนผลที่ต้องผ่านพร้อมกันก็เพิ่มขึ้นตามจำนวนขา จึงไม่ควรเพิ่ม Selection เพียงเพื่อทำให้ยอดรับสูงขึ้น การคำนวณบอกเพียงผลทางตัวเลข ไม่ได้บอกว่าการเพิ่มขานั้นเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม

ถ้าราคามวยเปลี่ยนก่อนยืนยัน ต้องคำนวณยอดใหม่อย่างไร?

หากเกิด Price Change ก่อน Place Bet ต้องใช้ Odds ใหม่ในการคำนวณ ไม่ควรใช้ราคาเดิมจากตอนเลือก Selection ตัวอย่างเช่น เลือก A ที่ 1.80 และ Stake 1,000 บาท ตอนแรก Potential Return คือ 1,800 บาท แต่หากก่อนยืนยันราคาลดเหลือ 1.60 ยอดใหม่จะเป็น 1,600 บาท

สำหรับ Parlay ผลกระทบจะมากขึ้นเพราะราคาเพียงขาเดียวที่เปลี่ยนจะทำให้ Total Odds ทั้งชุดเปลี่ยนด้วย สมมติ Parlay เดิม 1.50 × 1.80 × 2.00 = 5.40 แต่ขาที่สองลดจาก 1.80 เป็น 1.60 Total Odds ใหม่จะเหลือ 4.80

หาก Stake 1,000 บาท Return จึงเปลี่ยนจาก 5,400 บาทเป็น 4,800 บาท ผู้ใช้ควรอ่าน Total Odds ที่ Betslip คำนวณใหม่ ไม่ควรใช้สูตรจากราคาที่เห็นก่อน Price Change

ถ้ามวยคู่หนึ่งถูก Void การคำนวณเงินเปลี่ยนอย่างไร?

ผลของ Void ขึ้นอยู่กับ Rules ของ Market และประเภทบิล หากเป็นบิลเดี่ยว ระบบสามารถจัดการ Stake ตามกติกาของ Selection ส่วน Parlay อาจมีการนำขาที่ Void ออกจากการคำนวณและปรับ Total Odds ใหม่ในบางโครงสร้าง แต่ไม่ควรสมมติว่าทุกระบบทำแบบเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น Parlay มี Odds 1.50 × 1.80 × 2.00 หากขา 1.80 ถูกจัดการเป็น Void และระบบคำนวณจากสองขาที่เหลือ Total Odds ตัวอย่างจะเหลือ 1.50 × 2.00 = 3.00 แต่ยอดที่ใช้งานจริงควรยึดจากการ Settlement ของระบบ

เมื่อมี Void ให้ใช้ยอดหลัง Settlement

ไม่ควรใช้ Total Odds เดิมหรือคำนวณใหม่จากการเดา เพราะ Rules ของ Parlay และ Market สามารถมีรายละเอียดเฉพาะ ตรวจ My Bets เพื่อดู Odds และ Return หลังระบบปรับรายการแล้ว

คำนวณเงินแทงมวยสดต่างจากก่อนชกหรือไม่?

สูตรคำนวณ Decimal Odds เหมือนเดิม แต่ความแตกต่างคือ Live Odds สามารถเปลี่ยนเร็วมาก ตัวอย่างเช่น A ก่อนชก 1.80 แต่ระหว่างเกมเหลือ 1.30 หาก Stake 1,000 บาท การเลือกก่อนชกให้ Return 1,800 บาท ส่วนการเดิมพันสดที่ 1.30 ให้ Return เพียง 1,300 บาท

ดังนั้นเมื่อแทงสดไม่ควรคำนวณจากราคาก่อนเกมหรือราคาที่เห็นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ต้องดู Odds ที่อยู่ใน Betslip ขณะยืนยันและตรวจ My Bets หลังระบบรับบิลแล้ว

การเห็นราคาเปลี่ยนหลายครั้งยังทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย หากจำไม่ได้ว่าระบบรับที่เท่าไร My Bets ควรเป็นแหล่งอ้างอิงหลัก สามารถอ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ แทงมวยสด

ตัวอย่าง คำนวณเงินแทงมวย หลายราคาและหลาย Stake

เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ชัดขึ้น สมมติใช้ Decimal Odds 1.80 แต่เปลี่ยน Stake หากเดิมพัน 100 บาท Return คือ 180 บาทและ Profit 80 บาท หากเพิ่ม Stake เป็น 500 บาท Return จะเป็น 900 บาทและ Profit 400 บาท ส่วน Stake 2,000 บาทให้ Return 3,600 บาทและ Profit 1,600 บาท

Odds 1.80 กับ Stake ที่แตกต่างกัน
Stake Odds Return Profit
100 บาท 1.80 180 บาท 80 บาท
500 บาท 1.80 900 บาท 400 บาท
1,000 บาท 1.80 1,800 บาท 800 บาท
2,000 บาท 1.80 3,600 บาท 1,600 บาท

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อ Odds คงที่ Return เพิ่มตาม Stake แบบตรงไปตรงมา แต่การเพิ่ม Stake ไม่ได้เปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Selection การตัดสินขนาดเงินจึงควรอิงงบ ไม่ใช่เลือก Stake จาก Profit ที่ต้องการเพียงอย่างเดียว

สามารถคำนวณย้อนกลับจากยอดกำไรที่ต้องการได้หรือไม่?

ในเชิงคณิตศาสตร์สามารถคำนวณย้อนกลับได้ เช่น หาก Odds 2.00 และต้องการ Return 2,000 บาท จะต้องใช้ Stake 1,000 บาท แต่การใช้วิธีนี้เพื่อกำหนดเงินเดิมพันมีข้อควรระวัง เพราะกำลังเริ่มจากยอดที่อยากได้แล้วค่อยเพิ่มเงินที่เสี่ยงให้ถึงเป้าหมาย

วิธีที่เหมาะสมกว่าคือกำหนด Stake จากงบที่ยอมรับความเสี่ยงได้ก่อน แล้วใช้ Odds คำนวณว่า Return จะเป็นเท่าไร หากยอดที่ได้ต่ำกว่าที่ต้องการ ไม่ควรเพิ่มเงินเพียงเพื่อบังคับให้ Profit ถึงเป้า

ตัวอย่างเช่น หากงบต่อบิลอยู่ที่ 500 บาทและ Odds 1.50 Return คือ 750 บาท หากต้องการ Return 3,000 บาทต้องเพิ่ม Stake เป็น 2,000 บาท ซึ่งหมายถึงเพิ่มเงินเสี่ยงสี่เท่า ไม่ได้ทำให้ Selection มีโอกาสชนะมากขึ้น

ควรตรวจตัวเลขอะไรใน Betslip ก่อนยืนยันเดิมพัน?

ก่อน Place Bet ควรตรวจ Stake, Odds และ Potential Return พร้อมกับ Market และ Selection เพราะตัวเลขคำนวณจะถูกต้องก็ต่อเมื่อบิลที่อยู่ใน Betslip เป็นสิ่งที่ตั้งใจจริง หากเลือก Market ผิด การคำนวณทางคณิตศาสตร์อาจถูกแต่เป็นการคำนวณบิลคนละแบบ

สำหรับบิลเดี่ยวให้ตรวจราคาและ Stake หนึ่งรายการ ส่วน Parlay ต้องตรวจ Odds ของแต่ละขา Total Odds และจำนวน Selection หากมี Price Change ควรดู Potential Return ใหม่หลังระบบปรับ ไม่ควรจำยอดก่อนหน้าแล้วใช้เป็นยอดที่คาดว่าจะได้รับ

หลังยืนยันควรเปิด My Bets เพื่อตรวจว่าระบบบันทึก Stake และ Odds เท่าไรจริง หากตัวเลขต่างจากที่จำ การคำนวณต้องใช้ข้อมูลใน My Bets เป็นหลัก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อต้อง คำนวณเงินแทงมวย

เรียก Return ทั้งหมดว่ากำไร

หาก Stake 1,000 บาทที่ 1.80 แล้ว Return 1,800 บาท Profit คือ 800 บาท การเรียก 1,800 บาทว่ากำไรทำให้ประเมินผลตอบแทนเกินจริง

ใช้ราคาเดิมหลังเกิด Price Change

หากระบบรับบิลที่ 1.60 ไม่ควรคำนวณจาก 1.80 ที่เห็นก่อนหน้า ราคาที่ใช้จริงคือ Odds ที่ถูกบันทึกใน My Bets

คำนวณ Parlay ด้วยการบวกราคา

Decimal Odds ของ Parlay โดยพื้นฐานใช้การคูณ ไม่ใช่การบวก เช่น 1.50 กับ 2.00 ให้ Total Odds 3.00 ไม่ใช่ 3.50

ลืมหัก Stake ออกจาก Return

Profit ต้องหักเงินต้นเดิมออก หาก Return 5,000 บาทจาก Stake 1,000 บาท กำไรเหนือเงินต้นคือ 4,000 บาท

ใช้ Total Odds เดิมหลังมี Void

หาก Selection ถูก Void Parlay สามารถถูกคำนวณใหม่ตาม Rules จึงไม่ควรใช้ราคาตอน Place Bet ต่อไปโดยอัตโนมัติ

ดูเพียง Potential Return แล้วลืม Market

Selection ที่ Odds สูงขึ้นอาจมีเงื่อนไขมากขึ้น เช่น KO/TKO หรือรายยก การเห็น Return สูงไม่ได้หมายความว่ากำลังเดิมพันสิ่งเดียวกับตลาดข้างชนะ

เพิ่ม Stake เพื่อเอาทุนคืน

การคำนวณว่าต้องเดิมพันเท่าไรเพื่อชดเชยขาดทุนก่อนหน้าไม่ได้เปลี่ยนความน่าจะเป็นของบิลใหม่ แต่ทำให้เงินที่เสี่ยงสูงขึ้น ควรแยกผลของแต่ละบิลออกจากกัน

ปัดราคาเร็วเกินไป

ใน Parlay หลายขา การปัด Decimal Odds ตั้งแต่แต่ละขั้นสามารถทำให้ยอดสุดท้ายคลาดเคลื่อนจากระบบได้ ควรใช้ Total Odds และ Potential Return ที่ Betslip แสดงเป็นหลัก

เช็กลิสต์ก่อนคำนวณและยืนยันเงินแทงมวย

  1. ตรวจ Stake:
    จำนวนเงินที่ใส่จริงคือเท่าไร
  2. ตรวจ Odds:
    ใช้ราคาปัจจุบันของ Selection
  3. ตรวจ Market:
    การคำนวณกำลังอ้างอิงบิลที่ถูกต้อง
  4. คำนวณ Return:
    Stake × Odds สำหรับ Decimal Odds
  5. คำนวณ Profit:
    Return – Stake
  6. ตรวจ Parlay:
    หากหลายขาให้ใช้ Total Odds ที่ถูกต้อง
  7. ตรวจ Price Change:
    ราคาเปลี่ยนต้องคำนวณใหม่
  8. ตรวจ Void:
    อย่าใช้ Total Odds เดิมหากระบบปรับบิล
  9. ตรวจ Potential Return:
    เปรียบเทียบกับยอดที่คำนวณเอง
  10. ตรวจงบ:
    Stake ไม่ควรถูกเพิ่มเพียงเพื่อให้ Return ถึงเป้าหมาย
  11. ตรวจ Betslip:
    ราคาและ Stake ก่อน Place Bet ต้องตรง
  12. ตรวจ My Bets:
    หลังยืนยันให้ใช้ตัวเลขที่ระบบบันทึกจริงเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำนวณเงินแทงมวย

คำนวณเงินแทงมวยแบบ Decimal Odds ยังไง?

ใช้สูตร Return = Stake × Odds เช่น Stake 1,000 บาทที่ Odds 1.80 ให้ Return 1,800 บาทเมื่อ Selection ผ่าน จากนั้นหา Profit ด้วยการนำ Return ลบ Stake จึงได้กำไร 800 บาท

Stake คืออะไร?

Stake คือจำนวนเงินที่ใช้วางเดิมพันจริง เช่น กรอก 500 บาทใน Betslip ตัวเลข 500 บาทนั้นคือ Stake และเป็นเงินต้นที่นำไปคำนวณกับ Odds

Return กับ Profit ต่างกันอย่างไร?

Return คือยอดรับรวมซึ่งโดยทั่วไปมี Stake เดิมรวมอยู่ ส่วน Profit คือส่วนที่เพิ่มขึ้นเหนือ Stake เช่น Return 1,800 บาทจาก Stake 1,000 บาท เท่ากับ Profit 800 บาท

ราคา 2.00 แทง 1,000 บาท ได้เท่าไร?

หากเป็น Decimal Odds 2.00 และ Selection ผ่าน Return พื้นฐานคือ 2,000 บาท โดยมี Stake เดิม 1,000 บาทรวมอยู่ จึงมี Profit 1,000 บาท

แทงมวยสเต็ปคำนวณเงินยังไง?

หากใช้ Decimal Odds ให้นำราคาของทุกขามาคูณกันเพื่อหา Total Odds แล้วนำ Total Odds คูณ Stake เช่น 1.50 × 1.80 × 2.00 = 5.40 หาก Stake 1,000 บาท Return พื้นฐานคือ 5,400 บาทเมื่อทุกขาผ่านตาม Rules

ถ้าราคาเปลี่ยนก่อน Place Bet ต้องคำนวณจากราคาไหน?

ต้องใช้ Odds ที่ระบบรับจริง หากเลือกตอน 1.80 แต่ยืนยัน Price Change ที่ 1.60 การคำนวณ Return ต้องอิง 1.60 และควรตรวจราคาใน My Bets หลังยืนยัน

ถ้ามี Void ในมวยสเต็ปต้องคำนวณอย่างไร?

ต้องใช้ Rules ของผู้ให้บริการและยอดที่ระบบปรับหลัง Settlement เพราะขาที่ Void อาจมีผลต่อ Total Odds ของ Parlay ไม่ควรใช้ราคาคูณเดิมหรือคำนวณใหม่จากการคาดเดา

Potential Return คือกำไรทั้งหมดหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ใช่ Potential Return คือยอดรับรวมที่สามารถรวม Stake เดิมอยู่ด้วย ต้องนำ Return ลบ Stake จึงจะได้ Profit เหนือเงินต้น

สามารถเพิ่ม Stake เพื่อให้กำไรถึงยอดที่ต้องการได้ไหม?

ในทางคณิตศาสตร์สามารถคำนวณย้อนกลับได้ แต่การเพิ่ม Stake ไม่ได้ทำให้ Selection มีโอกาสชนะมากขึ้น และทำให้เงินที่เสี่ยงสูงขึ้น จึงควรกำหนด Stake จากงบก่อนดู Potential Return

ควรใช้ยอดที่คำนวณเองหรือยอดใน My Bets?

การคำนวณเองช่วยตรวจความเข้าใจ แต่ยอดจริงควรยึด Stake, Odds, Total Odds และ Settlement ที่ระบบบันทึกใน My Bets โดยเฉพาะเมื่อมี Price Change, Void หรือเหตุการณ์พิเศษ